You are currently viewing หนูมีความลับ คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่

หนูมีความลับ คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่

การเดินทางในระยะเวลาเก้าเดือนช่างยาวนานหรืออาจแสนสั้นสำหรับใครบางคน ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สิ่งมีชีวิตตัวน้อยจะเกิดขึ้นมาลืมตาดูโลก และกลายเป็นโซ่ทองคล้องใจคุณพ่อกับคุณแม่ให้ได้มีของขวัญที่เป็นหลักฐานแสดงถึงความรัก สำหรับใครที่เป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หรือกำลังตั้งครรภ์อยู่ ในช่วงนี้คงเป็นช่วงที่กำลังศึกษาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องหรือคลอดออกมาลืมตาดูโลกแล้ว เราอยากจะบอกว่าเจ้าตัวเล็กพวกนี้มีเรื่องน่าทึ่งมากมายหลายอย่าง หากพูดได้ก็คงบอกว่า หนูมีความลับ ซ่อนอยู่หลายอย่างเลย คุณพ่อคุณแม่จะรู้ถึงเรื่องนี้มั้ยนะ  ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เชื่อเลยว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคนเมื่อรู้แล้วน่าจะรู้สึกทึ่งมากเลยทีเดียว เพราะนอกจากความพิเศษที่ได้เกิดมาเป็นลูกของเราแล้วยังมีความพิเศษอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ เรามาดูความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนี้กันว่ามีอะไรพิเศษน่าสนใจบ้าง ตามเรามากันเลย

หนูมีความลับ ร่างกายของหนูมีแต่ความพิเศษ

ร่างกายของหนูน้อยนั้นเรียกได้ว่ามีความพิเศษ โดยทารกตัวเล็กจะมีศรีษะขนาดเป็นหนึ่งในสี่ของขนาดลำตัวและมีดวงตาที่โตบ้องแบ๊วขนาดเท่ากับ 75% ของดวงตาผู้ใหญ่เลยทีเดียว  ด้วยลักษณะเหล่านี้จึงทำให้เจ้าตัวน้อยดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ และมีเพียงทารกแรกเกิดของมนุษย์เท่านั้นที่สามารถยิ้มได้ สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นความพิเศษที่ทำให้พ่อกับแม่ผู้ให้กำเนิดรักและเลี้ยงดูเป็นกฎของธรรมชาติ นอกจากนี้ในวัยเด็กทารกนั้น มีกระดูกถึง 300 ชิ้นมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 94 ชิ้นและไม่มีสะบ้าหัวเข่าไปจนกว่าจะถึงสามถึงห้าขวบสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากเป็นการรองรับการเจริญเติบโตของร่างกายและน้ำหนักที่ค่อยค่อยเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเด็กเด็กโดยกระดูกเหล่านี้จะค่อยค่อยประสานเชื่อมต่อกันเมื่อลูกน้อยโตมากขึ้น นอกจากกระดูกแล้วผมของลูกน้อยก็จะผลัดเปลี่ยนผมที่ยาวขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ร่วงหลุดไปทั้งหมดและงอกขึ้นมาใหม่ กระบวนการนี้กินระยะเวลาประมาณสี่เดือน

หนูยังไม่รู้เวลานอน คุณพ่อกับคุณแม่จึงต้องตื่นเกือบตลอดเวลา

ทารกแรกเกิดนั้นเมื่อเกิดมาจะยังไม่รู้ว่าเวลาไหนที่ควรตื่นเวลาไหนที่ควรนอน ดังนั้นกว่าที่จะปรับตัวได้ในช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่จึงต้องลำบากกันสักหน่อย และทารกแรกเกิดนั้นมีกระเพาะอาหารขนาดเท่าลูกเชอรี่เท่านั้น เป็นเหตุผลที่ลูกน้อยหิวนมและร้องขอนมจากคุณแม่บ่อยๆนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นในหนึ่งขวบแรกลูกน้อยจะนอนหลับเยอะมากๆ นอกจากกินแล้วก็จะนอนหลับอย่างเดียว เพียงแต่มีกระเพาะเล็กจึงทำให้หิวจนตื่นขึ้นมาบ่อย นอกจากนมแม่แล้วอาหารอย่างอื่นที่ให้ลูกหน่อยทานลูกน้อยนั้นยังไม่สามารถรับรถได้ทั้งหมด จะรับรสได้แค่รสหวานกับรสเปรี้ยวเท่านั้น โดยจะยังไม่รู้จักรสเค็มหรือรสอื่นๆจนกว่าจะมีอายุครบสี่เดือนขึ้นไป และการที่ลูกน้อยโยเยในช่วงแรกนั้นแม้จะร้องไห้สักแค่ไหนแต่ลูกน้อยก็ไม่มีน้ำตา เพราะกว่าต่อมน้ำตาจะสร้างและผลิตน้ำตาออกมาได้จริงๆก็เมื่อมีอายุได้ราวสามอาทิตย์ถึงหนึ่งเดือน แต่ในช่วงนี้จะกลายเป็นช่วงที่คุณแม่ร้องไห้แทนลูกซะเอง เนื่องจากเป็นช่วงที่ฮอร์โมนยังไม่คงที่จึงทำให้คุณแม่อารมณ์แปรปรวนมากทีเดียว ในช่วงนี้คุณพ่อต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดสักหน่อย